คอลัมน์ประจำ:

ขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมเฉลิมพระเกียรติ     หนังสือพิมพ์ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ฟันธง ทุกทิศ ทันที สรรหาสาระเพื่อสังคมใหม่.

ข่าวภูมิภาค

 

ปรากฏการณ์ระบำโบราณคดี นาฏกรรมแห่งกรุงสุโขทัย

วิทยา เกษรพรหม ปลัด อบต.เมืองบางขลัง สุโขทัย
ครุศาสตรบัณฑิต ม.ราชภัฎสวนดุสิต, รัฐศาสตร์ มสธ.,
ไทยศึกษามหาบัณฑิต ม.รามคำแหง, พัฒนาสังคมมหาบัณฑิต นิด้า

          ดนตรีและนาฏศิลป์ไทย เป็นวัฒนธรรมที่สำคัญสาขาหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่อดีต มีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการมาเป็นลำดับจนกระทั่งเป็นรูปแบบของดนตรีและนาฏศิลป์ประจำชาติ โดยเริ่มมีกำเนิดจากธรรมชาติ เลียนแบบจากกิริยาของคนและสัตว์ แล้วนำมาประดิษฐ์ดัดแปลงให้เป็นศิลปะที่งดงามด้วยลีลาท่ารำและเยื้องกรายให้เข้ากับทำนองดนตรีและเพลงขับร้อง อีกทั้งลักษณะเฉพาะตัวของคนไทย อิทธิพลของสังคมและศาสนา ก็มีส่วนในการสร้างรูปแบบดนตรีและนาฏศิลป์ไทย การแสดงนาฏศิลป์ไทยเป็นสิ่งที่แสดง หรือสะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัยใจคอของคนไทย ซึ่งมีอารมณ์สนุกสนานเบิกบาน มีความอ่อนโยนละเอียดอ่อน สังเกตได้จากลักษณะการแสดงนาฏศิลป์ไทยจะมีความอ่อนโยน นิ่มนวล อ่อนช้อยและสวยงาม นาฎศิลป์ไทยแบ่งออกตามลักษณะของรูปแบบการแสดงเป็นประเภทใหญ่ๆ 4 ประเภท คือ โขน,ละคร,การแสดงพื้นเมือง,รำและระบำ ซึ่งเป็นศิลปะแห่งการร่ายรำประกอบเพลงดนตรีและบทขับร้อง โดยไม่เล่นเป็นเรื่องราว

 

          กำเนิดระบำโบราณคดีของประเทศไทย ระบำโบราณคดีเกิดจากแนวคิดของนายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งได้พบภาพเขียน ภาพปั้นตามโบราณสถาน โบราณวัตถุสมัยต่างๆ จึงได้นำมาประกอบแนวคิดประดิษฐ์สร้างเครื่องดนตรี และท่านาฏศิลป์แต่ละสมัยขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2510 โดยขอให้นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย และศิลปินแห่งชาติ แต่งทำนองขึ้น มอบให้นางลมุล ยมะคุปต์ นางเฉลย ศุขะวณิช ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลปไทย และศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ สร้างเป็นระบำโบราณคดี 5 ชุด ได้แก่ 1.ระบำทวาราวดี 2.ระบำศรีวิชัย 3.ระบำลพบุรี 4.ระบำเชียงแสน 5.ระบำสุโขทัย

 

          ระบำสุโขทัย เป็นระบำโบราณคดี ที่ได้สร้างขึ้นตามความรู้สึกจากแนวสำเนียงของถ้อยคำไทยในศิลาจารึก ประกอบด้วยลีลาท่าเยื้องกรายอันนิ่มนวลอ่อนช้อยของรูปภาพปูนปั้นหล่อในสมัยสุโขทัย ได้แก่ พระพุทธรูปปางสำริด รูปภาพปูนปั้นปางลีลา รูปพระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์ ท่าทีของพระพรหมและพระอินทร์ที่ตามเสด็จ การแต่งทำนอง กระบวนท่ารำและเครื่องแต่งกาย ประดิษฐ์ขึ้นให้มีลักษณะที่อ่อนช้อยงดงาม ตามแบบอย่างของศิลปะสมัยสุโขทัย จัดแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2510 นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้แต่งทำนองเพลง โดยนำทำนองเพลงเก่าของสุโขทัยมาดัดแปลง ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย กรมศิลปากรและศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ท่ารำ นายสนิท ดิษฐพันธ์ ออกแบบเครื่องแต่งกาย นางชนานันท์ ช่างเรียน สร้างเครื่องแต่งกาย นายชิต แก้วดวงใหญ่ สร้างศิราภรณ์ และเครื่องประดับ

 

          ชุดระบำสุโขทัยนั้นได้อาศัยการศึกษาภาพลายเส้นรอบพระพุทธบาทสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ส่วนทรงผมดูแนวจากภาพลายเส้นจิตรกรรมที่วัดศรีชุม การแต่งกายแบ่งออกเป็นตัวเอกและตัวรอง จำนวนผู้เล่น ผู้หญิงจำนวน ๗ คน (มากกว่านั้นก็ได้แต่ผู้แสดงต้องเป็นเลขคี่)

 

          ระบำเทวีศรีสัชนาลัย เป็นระบำที่วิทยาลัยนาฏศิลปะสุโขทัยคิดประดิษฐ์ขึ้น โดยนำหลักฐานทั้ง ทางด้านท่ารำ เครื่องแต่งกายมาจากรูปปั้น รูปแกะสลักเทวดา นางฟ้า และลวดลายต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่ ขุดค้นพบ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยเครื่องแต่งกายของระบำชุดนี้ได้รับแบบอย่างจากรูปปั้นขอม ผู้หญิงสมัยสุโขทัยซึ่งตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย โดยยอดชฎาทำเป็นรูปทรงเจดีย์วัดช้างล้อม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยท่วงทำนองแต่งโดย อาจารย์บัณฑิต ศรีบัว อาจารย์ประจำหมวดวิชาเครื่องสายไทย ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ใช้นางระบำ 8 คน (ใช่เลขคู่ 6 หรือ 8)

 

           ท่ารำได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยอาศัยจากหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อันได้แก่ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เจดีย์ราย วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภาพแกะสลักบานประตูไม้ประดับวัดมหาธาตุเมืองเชลียง ลวดลายปูนปั้นพระโพธิสัตว์ เป็นรูปนางอัปสรแสดงท่าร่ายรำประดับยอดซุ้ม ประตูวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดพระปรางค์) ตุ๊กตาสังคโลกแบบต่าง ๆ ลักษณะท่าร่ายรำของระบำชุดนี้จะโน้มเอียงไปทางศิลปะการร่ายรำแบบเขมรหรือขอม เพราะตามหลักฐานทางโบราณคดีนั้นพบว่า ศิลปะสมัยศรีสัชนาลัยเป็นศิลปะที่นิยมศิลปะแบบเขมร ดนตรีที่ใช้ประกอบด้วย กระจับปี่ ซอสามสาย ปี่ใน ตะโพน ฆ้องวงใหญ่ ฉิ่ง ฉาบเล็ก และกรับ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเครื่องดนตรีสมัยสุโขทัย

 

          ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลัง เมืองบางขลัง เป็นตำบลเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะ ถือกำเนิดขึ้นมาร่วมสมัยกับเมืองเก่าสุโขทัย เมืองเก่าศรีสัชนาลัย ปรากฏในศิลาจารึก หลักที่ 2 วัดศรีชุม สรุปได้ว่า พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองยกทัพมารวมพลกันที่เมืองบางขลัง ฝึกกำลังพลและเกณฑ์นักรบเมืองบางขลังเข้าตีเมืองสุโขทัยคืนมาจากขอมสบาดโขลญลำพงแล้วสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาวเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์, มีแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ, มีแหล่งตัดศิลาแลง, มีการนำพระธาตุใต้กอดอกเข็มเมืองบางขลังไปบรรจุยังพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ , มีเชื้อพระวงศ์ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินประทับรอยพระบาท 3 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 6, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

 

          สุวิทย์ ทองสงค์ นายก อบต.เมืองบางขลัง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเมืองบางขลัง มีความประสงค์ที่จะสร้างเอกลักษณ์แห่งท้องถิ่นจากทุนทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ ประกอบกับเห็นว่านาฏศิลป์ไทย เป็นศิลปะที่มีกำเนิดมายาวนานควบคู่กับการพัฒนาการของชนชาติไทย และเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์ชุดหนึ่งนอกจากจะได้รับความบันเทิงและสุนทรียภาพแล้ว ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับ ทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตของผู้คน ที่สอดแทรกอยู่ในการแสดงชุดนั้นๆ ด้วย จึงมอบหมายให้ผู้เขียนในฐานะปลัด อบต.เมืองบางขลังดำเนินการ

 

          ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลังถือกำเนิดขึ้นภายใต้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ประดิษฐ์ท่ารำโดย อ.มงคล อินมา ศิลปินพื้นบ้านดีเด่นด้านนาฏศิลปะของจังหวัดสุโขทัย ประดิษฐ์ทำนองเพลงโดย อ.บัณฑิต ศรีบัว แห่งวิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย อำนวยการผลิตโดย อบต.เมืองบางขลัง

 

          ลักษณะท่ารำ อ.มงคล อินมา ได้จินตนาการมาจากเหล่าอัปสรเทวดานางฟ้าทั้ง 7 วัน (จึงใช้นางระบำ 7 คน) ที่อิงแอบกับความสำคัญของลำน้ำฝากระดานเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนในชุมชน ที่มาคอยปกปักรักษาโบราณสถานเอาไว้จนกว่าจะมีผู้มีบุญมาพบ ถ่ายทอดความรู้สึกสู่จินตนาการจากภูมิสถานและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของโบราณคดี แนวคิดของท่ารำเน้นถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทต่อความรู้สึกนึกคิดในโลกของความจริง ที่ต้องการให้เทวดานางฟ้ามาปกป้อง คุ้มครองสิ่งอันเป็นที่บูชา

 

          ระบำเต็มชุดครั้งแรกโดยข้าราชการ อบต.เมืองบางขลังต้อนรับคุณธีรภาพ โลหิตกุล นักเขียนสารคดีชั้นนำของเมืองไทยพร้อมคณะอมรินทร์ทัวร์ วันที่ 26 พ.ย.2550 ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ชุด ได้แก่ ชุดใหญ่ ข้าราชการ พนักงาน อบต.เมืองบางขลัง, ชุดกลาง นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส (ม.1-ม.3), ชุดเล็ก นักเรียนชั้น ป.4-ป.6, ชุดจิ๋ว นักเรียน อนุบาล- ป.3 และอยู่ระหว่างการจัดทำเพิ่มอีก 2 ชุด ได้แก่ ชุดแม่บ้านและชุดสาวงามเมืองบางขลัง ด้วยความสำคัญและทรงคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย นายกฯ สุวิทย์ จึงมอบหมายให้ผู้เขียน นำระบำโบราณคดีแห่งกรุงสุโขทัยทั้ง 3 ชุด มาจัดแสดงปรากฏโฉมให้แก่ทุกท่านได้ชมถึงความวิจิตรตระการตา ความสวยสดงดงาม อ่อนช้อย ได้สัมผัสกลิ่นอายแห่งอารยธรรมโบราณ ประกอบการแสดงแสง สี เสียง เมืองบางขลัง ในงานวันอนุรักษ์มรดกไทยและวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ณ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย.

 

ระบำสุโขทัย
ระบำเทวีศรีสัชนาลัย
ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลัง
การแสดงแสง สี เสียง
การแสดงแสง สี เสียง เมืองบางขลัง